ต้นทุนแอบแฝงไม้แบบก่อสร้างที่ผู้รับเหมามักมองข้าม (และวิธีคำนวณให้เห็นตัวเลขจริง)
เวลาสั่งซื้อไม้แบบ ผู้รับเหมาส่วนใหญ่เปรียบเทียบกันที่ “ราคาต่อแผ่น” เป็นหลัก เพราะเป็นตัวเลขที่เห็นชัดที่สุดบนใบเสนอราคา แต่ **ต้นทุนแอบแฝงไม้แบบก่อสร้าง** คือค่าใช้จ่ายอีกหลายก้อนที่ไม่เคยปรากฏบนใบเสนอราคา และมักโผล่มาทีหลังในรูปของค่าแรงที่บานปลาย งานล่าช้า หรือแบบที่ใช้ได้ไม่ครบจำนวนรอบอย่างที่ตั้งใจไว้ บทความนี้จะแยกให้เห็นทีละก้อนว่าต้นทุนที่มองไม่เห็นเหล่านั้นซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง และจะแปลงเป็นตัวเลขเปรียบเทียบได้อย่างไร
งานแบบหล่อไม่ใช่รายการเล็ก ๆ ในงบก่อสร้าง ตามแนวทางของ American Concrete Institute (ACI) และข้อมูลฝั่งอุตสาหกรรมคอนกรีตเสริมเหล็ก ต้นทุนงานแบบหล่อคิดเป็นสัดส่วนราว 35–60% ของต้นทุนงานโครงสร้างคอนกรีตทั้งหมด ซึ่งแปลว่าถ้าประเมินงานแบบหล่อพลาดไปเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ กำไรทั้งโครงการก็สั่นคลอนได้
ทำไม “ราคาต่อแผ่น” ถึงเป็นตัวเลขที่หลอกตาที่สุด
ราคาต่อแผ่นบอกแค่ค่าวัสดุ ณ วันซื้อ แต่ไม่ได้บอกว่าแผ่นนั้นจะทำงานให้เรากี่รอบ ต้องใช้แรงงานประกอบกี่คน-วัน และต้องซื้ออุปกรณ์เสริมอะไรตามมาอีกบ้าง ตัวเลขที่สะท้อนความจริงมากกว่าคือ **ต้นทุนต่อรอบการใช้งาน** ซึ่งคำนวณได้จาก:
> ต้นทุนต่อรอบ = (ราคาวัสดุ + อุปกรณ์เสริม + ค่าแรงเตรียม/ประกอบ + ค่าขนส่ง + ค่าจัดเก็บ − มูลค่าคงเหลือ) ÷ จำนวนรอบที่ใช้งานได้จริง
ตัวหารคือหัวใจ ไม้แบบที่ราคาต่อแผ่นถูกกว่าครึ่งหนึ่งแต่ใช้ได้ 5 รอบ ย่อมแพ้ไม้แบบที่ใช้หมุนเวียนได้เกิน 100 รอบเสมอ เมื่อมองเป็นต้นทุนต่อรอบ
6 ต้นทุนแอบแฝงที่มักไม่ถูกนับในใบเสนอราคา
1. ค่าแรงตัด ประกอบ และแก้แบบหน้างาน
ไม้แบบที่ต้องเลื่อย ตัด ตอกยึด และประกอบใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนหน้างาน กินค่าแรงช่างสะสมมากกว่าที่คิด และค่าแรงเป็นต้นทุนที่ปรับขึ้นทุกปีตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ต่างจากค่าวัสดุที่จ่ายครั้งเดียวจบ ยิ่งโครงการมีเสาหรือคานซ้ำ ๆ หลายต้น ความต่างตรงนี้ยิ่งทบต้น
2. ค่าเสียเวลารอถอดแบบและงานล่าช้า
มาตรฐานงานคอนกรีตของกรมโยธาธิการและผังเมือง (มยผ. 1101) กำหนดระยะเวลาขั้นต่ำก่อนถอดแบบไว้ตามชนิดโครงสร้าง เช่น แบบข้างเสา คาน ผนัง และฐานราก ถอดได้เร็วกว่าแบบท้องคานและแบบพื้นซึ่งต้องรอนานกว่ามาก ในทางปฏิบัติ ถ้าไม้แบบชุดเดียวติดอยู่กับงานเดิมนานเกินจำเป็นเพราะถอดยาก แตกหัก หรือติดคอนกรีต ทีมงานจะเริ่มงานชั้นถัดไปไม่ได้ ต้นทุนก้อนนี้ไม่ได้ออกมาเป็นค่าไม้ แต่ออกมาเป็นค่าเช่าเครื่องจักร ค่าแรงรอ และค่าปรับงานล่าช้า
3. ค่าอุปกรณ์เสริมที่ต้องซื้อเพิ่มทีหลัง
ไม้แบบเปล่า ๆ ใช้งานไม่ได้ ต้องมีเหล็กกล่องเสริมความแข็งแรง ไม้รัดเสา ไม้กันผลุบ ไม้เก ลิ่มไม้ แคลมป์เหล็ก ไทรอดและวิงนัท ผู้รับเหมาที่เทียบเฉพาะราคาแผ่นมักลืมบวกส่วนนี้ ทั้งที่รวมกันแล้วอาจเป็นสัดส่วนที่มีนัยสำคัญของต้นทุนงานแบบหล่อชุดนั้น สำหรับไม้แบบพลาสติก SON OF WOOD เหล็กกล่องมาตรฐานคือขนาด 19×19 มม. หนา 2.0 มม. ซึ่งเป็นสเปกเดียวกันทุกรุ่น
4. ค่าขนส่ง ยกขน และพื้นที่จัดเก็บ
น้ำหนักและความคงรูปมีผลกับต้นทุนโดยตรง แบบที่บวมน้ำ บิดงอ หรือแตกหักระหว่างขนย้าย ทำให้ต้องเพิ่มแรงงานยกขน ต้องคัดทิ้งบางส่วน และต้องใช้พื้นที่กองเก็บหน้างานมากขึ้น โครงการในเมืองที่พื้นที่กองวัสดุจำกัด ต้นทุนข้อนี้แพงกว่าที่ตัวเลขบนกระดาษบอก
5. ค่าของเสียและอัตราสูญเสียต่อรอบ
ไม้แบบทุกชนิดมีอัตราสูญเสีย (waste rate) ต่อรอบการใช้งาน ไม้แบบที่ขอบแตกง่าย ตอกตะปูแล้วร้าว หรือดูดซับน้ำจนบวม จะมีจำนวนแผ่นที่ใช้ต่อไม่ได้เพิ่มขึ้นทุกรอบ ทำให้ต้องซื้อเติมกลางโครงการในราคา ณ เวลานั้น ซึ่งอาจสูงกว่าตอนสั่งครั้งแรก ควรติดตามดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ประกอบการตัดสินใจสั่งซื้อล่วงหน้า
6. ค่าตกแต่งผิวคอนกรีตหลังถอดแบบ
ถ้าผิวแบบไม่เรียบหรือแกะออกยาก ผิวคอนกรีตที่ได้จะมีรอยและโพรง ต้องตามฉาบเก็บงานเพิ่ม เป็นค่าแรงและค่าวัสดุอีกก้อนที่ไม่มีใครใส่ไว้ใน BOQ ตอนเสนอราคา ผิวหน้าเรียบเป็นมันของไม้แบบพลาสติกช่วยลดงานเก็บผิวส่วนนี้ลงได้
ตารางสรุป: ต้นทุนแอบแฝงแต่ละก้อนซ่อนอยู่ตรงไหน
ตารางสรุป: ต้นทุนแอบแฝงไม้แบบก่อสร้าง แต่ละก้อนซ่อนอยู่ตรงไหน และลดได้อย่างไร
| ต้นทุนแอบแฝง | มักโผล่มาในรูปของ |
ลดได้อย่างไร |
|
ค่าแรงตัด/ประกอบ/แก้แบบ |
ค่าแรงช่างเกินงบ • ใช้เวลาต่อรอบนาน | เลือกแบบที่ประกอบซ้ำได้โดยไม่ต้องตัดใหม่ / เลือกรุ่นที่โรงงานเตรียมมาให้ |
|
เวลารอถอดแบบและงานล่าช้า |
ค่าเช่าเครื่องจักร • ค่าแรงรอ • ค่าปรับ | เลือกแบบที่ถอดง่าย ไม่ติดคอนกรีต / วางแผนหมุนเวียนชุดแบบล่วงหน้า |
|
อุปกรณ์เสริมที่ซื้อเพิ่มทีหลัง |
ใบสั่งซื้อย่อยกระจัดกระจาย | ประเมินอุปกรณ์เสริมทั้งชุดตั้งแต่ต้น หรือเลือกรุ่นครบชุด |
|
ขนส่ง ยกขน พื้นที่จัดเก็บ |
ค่าแรงยกขน • ค่าเช่าพื้นที่ • ของเสียระหว่างขน | เลือกวัสดุคงรูป ไม่บวมน้ำ / จัดเก็บวางราบมีไม้รอง |
|
ของเสียต่อรอบ |
ต้องสั่งซื้อเติมกลางโครงการ | เลือกวัสดุที่ขอบไม่แตกง่าย ตอก/ยิงสกรูได้ไม่ร้าว |
|
ตกแต่งผิวคอนกรีตหลังถอดแบบ |
ค่าฉาบเก็บงานเพิ่ม | เลือกแบบผิวหน้าเรียบเป็นมัน แกะแบบง่าย |
ตัวอย่างการคำนวณต้นทุนต่อรอบ (ตัวเลขสมมติเพื่อสาธิตวิธีคิด)
สมมติเปรียบเทียบไม้แบบสองแนวทางสำหรับงานเสาชุดเดียวกัน โดยใส่ต้นทุนแฝงเข้าไปด้วย
เปรียบเทียบต้นทุนไม้แบบสำหรับงานเสาชุดเดียวกัน เมื่อนำ “ต้นทุนแฝง” มารวมด้วย
|
รายการ |
แนวทาง A ไม้แบบใช้ซ้ำได้จำกัด |
แนวทาง B |
| ต้นทุนวัสดุตั้งต้น (สมมติ) | 10,000 บาท | 40,000 บาท |
| อุปกรณ์เสริม + ค่าแรงเตรียมสะสม (สมมติ) | 8,000 บาท | 6,000 บาท |
| จำนวนรอบที่ใช้งานได้จริง | 8 รอบ | 100 รอบ |
| ต้นทุนต่อรอบโดยประมาณ | (10,000 + 8,000) ÷ 8 = 2,250 บาท/รอบ |
(40,000 + 6,000) ÷ 100 = 460 บาท/รอบ |
หมายเหตุ: ตัวเลขทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีคิด ควรแทนค่าราคาจริงจากใบเสนอราคาและค่าแรงจริงของแต่ละทีมลงในสูตรเดียวกัน
ประเด็นสำคัญ: ตัวหาร (จำนวนรอบที่ใช้งานได้) มีอิทธิพลต่อ “ต้นทุนต่อรอบ” มากกว่าราคาตั้งต้น ต้นทุนแฝงยังขึ้นกับว่า “ใครเป็นคนเตรียมเหล็กและไม้รัด”
ไม้แบบพลาสติก SON OF WOOD มี 3 ระดับ และความต่างของทั้งสามไม่ได้อยู่ที่ความแข็งแรง เพราะใช้แผ่นพลาสติกและสเปกเหล็กกล่อง 19×19 มม. หนา 2.0 มม. เหมือนกัน แต่อยู่ที่ว่า **ใครเป็นคนเตรียมเหล็กเสริมและไม้รัดเสา และเตรียมเมื่อไหร่** ซึ่งเป็นจุดที่ต้นทุนแฝงเกิดขึ้นพอดี
เปรียบเทียบระดับสินค้าและ “ต้นทุนแฝง”
สิ่งที่ลูกค้าต้องเตรียมเพิ่ม อาจกลายเป็นต้นทุนที่ไม่ได้อยู่ในใบเสนอราคา
|
ระดับสินค้า |
ลูกค้าต้องเตรียมอะไรเพิ่มเอง |
ต้นทุนแฝงที่ควรบวกเข้าไป |
| รุ่นพลาสติกล้วน | เสริมเหล็กกล่องเอง + หาไม้รัดเสาเอง |
ค่าเหล็ก • ค่าไม้รัด • ค่าแรงประกอบ • เวลาที่ใช้ก่อนเริ่มงาน |
| รุ่นพลาสติกเสริมเหล็ก | ไม่ต้องเสริมเหล็ก แต่ยังต้องหาไม้รัดเสาเอง |
ค่าไม้รัดเสา • ค่าแรงเตรียมไม้รัด |
| รุ่นครบชุด | ไม่ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม นำแผ่นมาประกบและล็อกด้วยไม้รัดที่มากับชุด |
แทบไม่มีต้นทุนเตรียมงานเพิ่ม แลกกับราคาต่อชุดที่สูงกว่า |
ข้อสังเกตสำหรับผู้รับเหมา
ทีมที่มีช่องทางซื้อเหล็กและไม้ราคาดี มีแรงงานว่าง และมีความชำนาญ อาจได้ต้นทุนรวมต่ำที่สุดจากรุ่นพลาสติกล้วน
แต่ทีมที่คิวงานแน่นและแรงงานตึง มักคุ้มกว่าเมื่อเลือกรุ่นครบชุด เพราะประหยัดค่าแรงและเวลาเตรียมงานที่ไม่เคยถูกนับในใบเสนอราคา
ทีมที่มีช่องทางซื้อเหล็กและไม้ราคาดี มีแรงงานว่างและมีความชำนาญ อาจได้ต้นทุนรวมต่ำที่สุดจากรุ่นพลาสติกล้วน แต่ทีมที่คิวงานแน่นและแรงงานตึง มักคุ้มกว่าเมื่อเลือกรุ่นครบชุด เพราะประหยัดค่าแรงและเวลาเตรียมงานที่ไม่เคยถูกนับในใบเสนอราคา
คำถามที่พบบ่อย
- ถาม : ต้นทุนงานแบบหล่อคิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของงานโครงสร้าง
- ตอบ : ตามแนวทางของ ACI และข้อมูลฝั่งอุตสาหกรรมคอนกรีตเสริมเหล็ก งานแบบหล่อคิดเป็นราว 35–60% ของต้นทุนงานโครงสร้างคอนกรีตทั้งหมด ขึ้นกับความซับซ้อนของอาคารและจำนวนรอบที่ใช้แบบซ้ำได้
- ถาม : จะรู้ได้อย่างไรว่าไม้แบบชุดหนึ่งใช้ได้จริงกี่รอบ
- ตอบ : ให้ดูจากอัตราสูญเสียที่บันทึกจริงในโครงการที่ผ่านมา คือนับจำนวนแผ่นที่ยังใช้ต่อได้หลังจบแต่ละรอบ แล้วเฉลี่ยออกมา ตัวเลขจากผู้ขายควรใช้เป็นค่าอ้างอิงเบื้องต้นเท่านั้น เพราะขึ้นกับวิธีใช้งานและการจัดเก็บของแต่ละทีมด้วย
- ถาม : ถ้างบตั้งต้นจำกัดมาก ควรเลือกอย่างไร
ตอบ : พิจารณาแยกเป็นสองคำถาม คือ (1) กระแสเงินสดตอนนี้รับได้แค่ไหน และ (2) โครงการนี้และโครงการถัดไปจะใช้แบบซ้ำกี่รอบ ถ้าเป็นโครงการเดียวจบและใช้ไม่กี่รอบ ราคาตั้งต้นอาจสำคัญกว่า แต่ถ้ามีงานต่อเนื่องหลายเฟส ต้นทุนต่อรอบคือตัวเลขที่ควรใช้ตัดสินใจ - ถาม : ไม้แบบพลาสติกช่วยลดต้นทุนแฝงข้อไหนได้ชัดที่สุด**
- ตอบ : ชัดที่สุดคือค่าของเสียต่อรอบและค่าตกแต่งผิวหลังถอดแบบ เพราะเนื้อพลาสติกเหนียวไม่แตกร้าวเมื่อยิงสกรู ขอบหนาโค้งลดการแตกที่ขอบ และผิวหน้าเรียบเป็นมันทำให้แกะแบบง่าย ผิวคอนกรีตที่ได้จึงต้องเก็บงานน้อยลง
- ถาม : ควรบันทึกข้อมูลอะไรไว้เพื่อคำนวณต้นทุนแฝงในโครงการหน้า**
- ตอบ : อย่างน้อยควรบันทึก 4 อย่างต่อรอบการใช้งาน คือ จำนวนคน-วันที่ใช้ประกอบและถอดแบบ จำนวนแผ่นที่เสียหาย ระยะเวลาที่แบบติดอยู่กับงาน และค่าใช้จ่ายเก็บงานผิวคอนกรีตหลังถอดแบบสรุป: เทียบต้นทุนให้ครบก่อนตัดสินใจ
ต้นทุนแอบแฝงไม้แบบก่อสร้างไม่ได้หายไปไหน มันแค่ย้ายไปโผล่ในบรรทัดอื่นของงบประมาณ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือแปลงทุกอย่างให้เป็นต้นทุนต่อรอบก่อนเซ็นใบสั่งซื้อทีมงาน SON OF WOOD ยินดีช่วยประเมินให้ ส่งแบบก่อสร้างหรือรายละเอียดหน้างานเข้ามา เราจะคำนวณจำนวนแผ่นและอุปกรณ์เสริมที่ต้องใช้ พร้อมเสนอว่าโครงการของคุณเหมาะกับรุ่นพลาสติกล้วน รุ่นพลาสติกเสริมเหล็ก หรือรุ่นครบชุด ขอใบเสนอราคาฟรี พร้อมบริการจัดส่งถึงหน้างาน
แหล่งอ้างอิง
– [ACI PRC-347 Guide to Formwork for Concrete (American Concrete Institute)] (https://www.concrete.org/Portals/0/Files/PDF/Previews/347_04_preview.pdf) — มาตรฐานสากลด้านงานแบบหล่อคอนกรีต ใช้อ้างอิงสัดส่วนต้นทุนงานแบบหล่อต่อต้นทุนงานโครงสร้าง และหลักปฏิบัติด้านการออกแบบ/ถอดแบบ
– [Economy of Construction — Concrete Reinforcing Steel Institute (CRSI)](https://www.crsi.org/reinforced-concrete-benefits/economy-of-construction/) — ข้อมูลฝั่งอุตสาหกรรมคอนกรีตเสริมเหล็กเรื่องสัดส่วนต้นทุนงานแบบหล่อและปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนแปรผัน
– [มาตรฐานกรมโยธาธิการและผังเมือง (มยผ.) — งานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก](https://www.dpt.go.th/th/dpt-standard/827) — มาตรฐานราชการไทยที่ครอบคลุมข้อกำหนดงานคอนกรีต รวมถึงระยะเวลาขั้นต่ำก่อนถอดแบบและค้ำยัน