คอนกรีตเป็นโพรงรังผึ้ง หลังถอดแบบ : สาเหตุ วิธีป้องกัน และวิธีซ่อมที่ถูกต้อง
ถอดแบบเสาออกมาแล้วเจอผิวคอนกรีตเป็นรูพรุน เห็นเม็ดหินโผล่ ไม่มีน้ำปูนหุ้ม บางจุดลึกจนเห็นเหล็กเสริม — อาการนี้ช่างเรียกกันว่า **คอนกรีตเป็นโพรงรังผึ้ง**
หรือ Honeycomb ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาที่ผู้รับเหมาเจอบ่อยที่สุดในงานโครงสร้าง และเป็นปัญหาที่ต้นเหตุมักไม่ได้อยู่ที่คอนกรีตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “แบบหล่อ”
และ “วิธีทำงานหน้างาน” ร่วมกัน บทความนี้สรุปให้ว่าโพรงรังผึ้งเกิดจากอะไรได้บ้าง ป้องกันตั้งแต่ขั้นตอนประกอบไม้แบบอย่างไร และเมื่อเจอแล้วควรจัดการอย่างไร
จึงจะไม่กระทบความแข็งแรงของโครงสร้าง
โพรงรังผึ้งคืออะไร ต่างจากรูพรุนผิวหน้าอย่างไร
ทั้งสองอย่างดูคล้ายกันแต่ระดับความรุนแรงต่างกันมาก รูพรุนผิวหน้า (Surface Blemish / Bug Hole) คือรอยฟองอากาศเล็ก ๆ ขนาดไม่กี่มิลลิเมตรที่ติดค้างระหว่างผิวแบบกับเนื้อคอนกรีต เป็นปัญหาด้านความสวยงามเป็นหลัก โพรงรังผึ้ง (Honeycomb) คือบริเวณที่เนื้อมอร์ตาร์ (ปูน+ทราย) ไม่ไหลเข้าไปเติมช่องว่างระหว่างเม็ดหิน ทำให้เห็นเม็ดหินเกาะกันหลวม ๆ เป็นรู มักลึกเข้าไปในเนื้อคอนกรีต ส่งผลต่อกำลังอัด ระยะหุ้มเหล็ก และเปิดทางให้ความชื้นเข้าถึงเหล็กเสริมจนเกิดสนิมในระยะยาว พูดง่าย ๆ คือ รูพรุนผิวหน้าคือเรื่องหน้าตา แต่โพรงรังผึ้งคือเรื่องโครงสร้าง
5 สาเหตุหลักที่ทำให้คอนกรีตเป็นโพรงรังผึ้ง
สาเหตุ : สิ่งที่เกิดขึ้นจริงหน้างาน จุดที่ควบคุมได้
- แบบหล่อรั่วตามรอยต่อ | น้ำปูนไหลหนีออกทางรอยต่อ เหลือแต่เม็ดหินค้างในแบบ | ประกบแผ่นให้แนบสนิท ล็อกแคลมป์/ไม้รัดให้แน่นทุกระยะ
- จี้เขย่าไม่ทั่วหรือเขย่ามากเกินไป | เขย่าไม่ถึงก้นแบบ หรือจุ่มซ้ำที่เดิมจนส่วนผสมแยกตัว | ทำตามระยะและเวลาจุ่มมาตรฐาน (ดูตารางถัดไป)
- เม็ดหินใหญ่เกินช่องว่าง | หินติดค้างระหว่างเหล็กเสริมหรือมุมแบบ ปูนไหลผ่านไม่ได้ | เลือกขนาดมวลรวมให้สัมพันธ์กับหน้าตัดและระยะเหล็ก
- เทคอนกรีตจากที่สูง / เททีเดียวหนาเกินไป | คอนกรีตแยกตัวระหว่างตกลงแบบ หินกองอยู่ก้น | เทเป็นชั้น ใช้รางหรือท่อช่วยลดระยะตก
- เหล็กเสริมแน่นเกินไปในหน้าตัด | ไม่มีช่องให้หัวจี้ลงและปูนไหลผ่าน | ประสานกับวิศวกรเรื่องระยะเรียงเหล็กตั้งแต่ขั้นแบบ
มาตรฐาน **มยผ. 1101-64** ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ระบุไว้ชัดในข้อ 4.3.3 ว่าขนาดใหญ่สุดของมวลรวมหยาบต้องไม่ใหญ่เกินร้อยละ 20 ของด้านในที่แคบที่สุดของแบบหล่อ และไม่เกินร้อยละ 75 ของระยะช่องว่างระหว่างเหล็กเสริม ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ช่วยตัดสาเหตุข้อ 3 และข้อ 5 ออกไปได้ตั้งแต่ก่อนเท
ป้องกันตั้งแต่ขั้นตอนประกอบไม้แบบ
มาตรฐาน มยผ. 1101-64 ข้อ 5.4.1 กำหนดว่าก่อนเทคอนกรีตต้องตรวจแบบหล่อและเหล็กเสริมให้มั่นคง ทำความสะอาดเศษวัสดุในแบบ
และ **อุดรอยรั่วต่าง ๆ เพื่อมิให้น้ำปูนหนีออก** — ประโยคนี้คือหัวใจของการป้องกันโพรงรังผึ้ง
เช็กลิสต์ก่อนเทสำหรับงานไม้แบบพลาสติก
1. **ตรวจรอยต่อระหว่างแผ่นทุกด้าน** ประกบแผ่นทั้ง 4 ด้านให้ชิดสนิท ไม่มีช่องแสงลอด ขอบพลาสติกที่หนาและเป็นขอบโค้งของ SON OF WOOD ช่วยให้แนวประกบไม่บิ่นแตกจนเกิดช่องรั่วสะสมจากการใช้งานซ้ำ
2. **ตรวจเหล็กกล่องเสริมความแข็งแรง** ไม้แบบที่เสริมเหล็กกล่องขนาด 19×19 มม. หนา 2.0 มม. ตามระยะสม่ำเสมอ จะไม่โก่งท้องแบบเมื่อรับแรงดันคอนกรีตสด ซึ่งการโก่งคือสาเหตุที่ทำให้รอยต่อแยกกลางคัน
3. **ตรวจแรงรัดให้ครบทุกระยะ** ยึดด้วยแคลมป์เหล็กและลิ่มไม้ให้แน่น งานแบบตอม่อใช้แคลมป์แอลร่วมกับลิ่มไม้ ส่วนแบบเสาตัวแอลใช้ไทรอดและวิงนัทล็อกแบบ อย่าเว้นระยะรัดห่างเกินกว่าที่วางแผนไว้เพราะประหยัดอุปกรณ์
4. **ตรวจหัวสกรูให้จมพอดีผิวแผ่น** หัวสกรูที่โผล่จะดันให้แผ่นสองแผ่นไม่แนบกัน และทิ้งร่องรอยบนผิวคอนกรีต
5. **ทำความสะอาดผิวแบบด้านสัมผัสคอนกรีต** ผิวหน้าเรียบเป็นมันของไม้แบบพลาสติกช่วยให้แกะแบบง่าย แต่ถ้ามีเศษปูนเก่าเกาะค้างจากรอบที่แล้ว จุดนั้นจะกลายเป็นตำหนิบนผิวงานใหม่
เทและจี้เขย่าตามเกณฑ์มาตรฐาน
ขั้นตอนทำให้คอนกรีตแน่นตัวคือด่านสุดท้ายก่อนปัญหาจะถูกปิดทับอยู่ในแบบ มยผ. 1101-64 ข้อ 5.5 กำหนดแนวปฏิบัติสำหรับเครื่องสั่นสะเทือนชนิดจุ่มไว้ดังนี้
หัวข้อ | เกณฑ์ตาม มยผ. 1101-64 |
|—|—| | ระยะห่างระหว่างจุดจุ่ม | 450–750 มิลลิเมตร |
| เวลาจุ่มต่อจุด | 5–15 วินาที |
| ความลึกการจุ่ม | จุ่มจนสุดชั้นที่เทใหม่ และเลยเข้าชั้นใต้เล็กน้อย |
| ความเร็วในการถอนหัวจี้ | ประมาณ 75 มิลลิเมตรต่อวินาที |
| ข้อห้าม | ห้ามให้หัวจี้ถูกแบบหล่อและเหล็กเสริม ห้ามจุ่มซ้ำที่เดิมนาน ห้ามลากหัวจี้เกลี่ยคอนกรีต |
นอกจากนี้ข้อ 5.4.4 ยังระบุว่าคอนกรีตที่ผสมแล้วควรเทลงแบบภายในเวลาไม่เกิน 30 นาทีโดยทั่วไป เว้นแต่มีการใช้สารเคมีหน่วงการก่อตัว หากคอนกรีตเริ่มข้นก่อนถึงก้นแบบ โอกาสเกิดโพรงจะสูงขึ้นทันที
ฝั่งมาตรฐานสากล **ACI 309R-05 Guide for Consolidation of Concrete** ก็ให้แนวทางตรงกัน โดยมีบทเฉพาะว่าด้วยแบบหล่อ (Chapter 6) ที่พูดถึงความแน่นหนาของแบบ (Form Tightness) และตำหนิผิว (Surface Blemishes) รวมถึงบทที่ 7.7 ว่าด้วยผลเสียของการจี้เขย่าที่ไม่ถูกวิธีโดยตรง
ถอดแบบแล้วเจอโพรงรังผึ้ง ควรทำอย่างไร
**อย่าเพิ่งฉาบปิดทันที** ขั้นตอนที่ถูกต้องคือ
1. **ประเมินความลึกและขอบเขต** ใช้ค้อนเคาะเบา ๆ หาขอบเขตเนื้อคอนกรีตที่หลวม แล้วสกัดเนื้อร่วนออกจนถึงเนื้อแน่น
2. **ดูว่าเห็นเหล็กเสริมหรือไม่** ถ้าโพรงลึกจนเห็นเหล็กเสริม หรืออยู่บริเวณรอยต่อโครงสร้างที่รับแรงสูง เช่น หัวเสา โคนเสา หรือจุดต่อคาน ต้องแจ้งวิศวกรผู้ควบคุมงานประเมินก่อนซ่อมเสมอ ห้ามตัดสินใจซ่อมเองจากหน้างาน
3. **บันทึกภาพและตำแหน่งไว้** ทั้งเพื่อรายงานและเพื่อย้อนดูว่าโพรงเกิดซ้ำที่จุดเดิมของแบบหรือไม่ — ถ้าซ้ำที่เดิม แปลว่าปัญหาอยู่ที่แผ่นแบบหรือวิธีรัดแบบ ไม่ใช่ที่คอนกรีต
4. **แก้ที่ต้นเหตุก่อนเทรอบถัดไป** คัดแผ่นที่ขอบบิ่นหรือบิดออกจากชุดใช้งาน เพิ่มจุดรัด หรือปรับแผนการจี้เขย่า
ข้อ 4 สำคัญที่สุดในเชิงต้นทุน เพราะค่าซ่อมโพรงหนึ่งจุดมักแพงกว่าค่าอุปกรณ์รัดแบบที่ขาดไปหลายเท่า
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
**ถาม: โพรงรังผึ้งเล็ก ๆ ที่ผิวเสา ต้องซ่อมไหม**
ตอบ: ถ้าตื้นและไม่ถึงระยะหุ้มเหล็ก มักซ่อมด้วยการสกัดเนื้อร่วนออกแล้วอุดด้วยวัสดุซ่อมที่เหมาะสมได้ แต่ควรให้ผู้ควบคุมงานเป็นผู้ชี้ขาดทุกครั้ง เพราะความลึกจริงมักมากกว่าที่ตาเห็น
**ถาม: ใช้ไม้แบบพลาสติกแล้วยังเกิดโพรงรังผึ้งได้อยู่ไหม**
ตอบ: ได้ เพราะโพรงรังผึ้งเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งส่วนผสมคอนกรีต การเท และการจี้เขย่า ไม้แบบที่ดีช่วยลดสาเหตุฝั่ง “แบบรั่ว/แบบโก่ง” ได้มาก แต่ไม่ได้แทนที่การทำงานตามมาตรฐานในขั้นตอนอื่น
**ถาม: จี้เขย่านานขึ้นจะช่วยไล่โพรงได้ไหม**
ตอบ: ไม่ใช่เสมอไป การจุ่มนานเกินหรือจุ่มซ้ำที่เดิมทำให้ส่วนผสมแยกตัว หินจมลงก้นและน้ำปูนลอยขึ้น ซึ่งกลับสร้างปัญหาใหม่ มยผ. 1101-64 กำหนดเวลาจุ่มไว้ที่ 5–15 วินาทีต่อจุดด้วยเหตุผลนี้
**ถาม: แบบที่ใช้ซ้ำมาหลายรอบ เสี่ยงทำให้เกิดโพรงมากขึ้นหรือไม่**
ตอบ: เสี่ยงขึ้นถ้าขอบแผ่นบิ่น แผ่นบิดตัว หรือรูสกรูหลวมจนรัดไม่แน่น จึงควรมีขั้นตอนคัดแยกสภาพแผ่นก่อนนำกลับเข้าชุดใช้งานทุกรอบ
**ถาม: ควรเก็บบันทึกอะไรไว้บ้างเพื่อลดปัญหาในโครงการถัดไป**
ตอบ: ตำแหน่งที่เกิดโพรง หมายเลขชุดแบบที่ใช้ ค่ายุบตัวคอนกรีตของวันนั้น และผู้รับผิดชอบการจี้เขย่า ข้อมูลชุดนี้ใช้หาสาเหตุซ้ำได้เร็วที่สุด
ให้ทีมงาน SON OF WOOD ช่วยวางชุดแบบให้เหมาะกับงานของคุณ
โพรงรังผึ้งจำนวนมากเริ่มต้นจากแบบหล่อที่รัดไม่แน่นพอหรือเสริมเหล็กไม่ครบระยะ SON OF WOOD ผลิตไม้แบบพลาสติก PE ความหนาแผ่น 2.5 ซม. หน้าตัดกว้างให้เลือกตั้งแต่ 15–62 ซม. ต่อความยาวได้ตามต้องการ ใช้หมุนเวียนซ้ำได้มากกว่า 100 ครั้ง ครอบคลุมทั้งแบบหล่อเสา แบบเสาตัวแอล แบบคาน แบบตอม่อ และแบบเทพื้น โดยมีให้เลือก 3 ระดับตามความพร้อมของทีมหน้างาน
– **รุ่นพลาสติกล้วน** — แผ่นเปล่า ลูกค้าเสริมเหล็กกล่อง 19×19 มม. หนา 2.0 มม. เองและจัดหาไม้รัดเสาเอง ราคาต่อแผ่นถูกที่สุด เหมาะกับทีมที่มีช่องทางซื้อเหล็ก/ไม้ราคาดีและมีแรงงานประกอบ –
**รุ่นพลาสติกเสริมเหล็ก** — โรงงานเสริมเหล็กกล่องมาให้แล้ว ลดขั้นตอนหน้างานไปหนึ่งด่าน แต่ยังต้องจัดหาไม้รัดเสาเอง –
**รุ่นครบชุด** — มาพร้อมทั้งเหล็กเสริมและไม้รัดเสา นำแผ่นมาประกบแล้วล็อกใช้งานได้ทันที สะดวกที่สุดสำหรับงานที่ต้องเริ่มเทเร็ว
ส่งแบบก่อสร้างมาให้ทีมงานประเมินจำนวนและรูปแบบชุดแบบที่เหมาะกับโครงการได้ฟรี พร้อมใบเสนอราคาและบริการจัดส่งถึงหน้างาน
– โทร 081-392-4632, 081-392-4692
– LINE: 0813924632, 0813924692
LINE OA: @sonofwood
– เว็บไซต์: www.sonofwood.com |
Facebook: sonofwood
แหล่งอ้างอิง
– [มยผ. 1101-64 มาตรฐานงานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก – กรมโยธาธิการและผังเมือง] (https://www.ei-auditor.com/img/16-dpt1101-64.pdf)
— ใช้อ้างอิงข้อกำหนดการตรวจแบบหล่อและอุดรอยรั่วก่อนเท (ข้อ 5.4.1) ขนาดมวลรวมหยาบสูงสุดเทียบกับหน้าตัดแบบและระยะเหล็กเสริม (ข้อ 4.3.3) และเกณฑ์การจี้เขย่าคอนกรีต (ข้อ 5.5)
– [ACI 309R-05: Guide for Consolidation of Concrete – American Concrete Institute](https://www.concrete.org/portals/0/files/pdf/previews/30905_2pager.pdf)
— แนวทางสากลว่าด้วยการทำให้คอนกรีตแน่นตัว มีบทเฉพาะเรื่องแบบหล่อ ความแน่นหนาของแบบ ตำหนิผิว และผลเสียของการจี้เขย่าที่ไม่ถูกวิธี
– [มยผ.1101-52 มาตรฐานงานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก – YOTATHAI](https://www.yotathai.com/yotanews/concrete-1101-52) — ฉบับก่อนหน้าของมาตรฐานเดียวกัน ใช้เทียบเคียงข้อกำหนดที่ยังคงใช้อ้างอิงกันแพร่หลายในวงการก่อสร้างไทย – [มาตรฐานกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของวัสดุที่ใช้ในงานโครงสร้างอาคาร – กรมโยธาธิการและผังเมือง](http://subsites.dpt.go.th/edocument/images/pdf/sd_work/64/standard-050464.pdf) — ชุดมาตรฐาน มยผ. 1101-64 ถึง 1106-64 สำหรับตรวจสอบคุณลักษณะวัสดุที่เกี่ยวข้องกับงานคอนกรีตเสริมเหล็ก