👷♀️ แบบเทพื้นพลาสติก (Plastic Slab Formwork) คือ
วัสดุแบบหล่อที่ทำจาก พลาสติก PP หรือ โพลีโพรพิลีน (Polypropylene) ใช้สำหรับ รองรับและขึ้นรูปคอนกรีตในงานเทพื้น แทนไม้แบบหรือแบบเหล็ก
ทำหน้าที่เป็น “แม่พิมพ์ชั่วคราว” เพื่อให้คอนกรีตที่เทออกมา ได้รูปทรงเรียบ แข็งแรง และได้ระดับตามแบบวิศวกรรม
✅ หลักการทำงาน "เมื่อทำการเทพื้นคอนกรีต"
1. วางแบบเทพื้นพลาสติกบนโครงค้ำยัน
2. เทคอนกรีตลงบนแผ่น
3. แผ่นจะ รับน้ำหนักและกระจายแรง
4. เมื่อคอนกรีตแข็งตัว → ถอดแบบออกและนำกลับมาใช้ใหม่
1. วิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพ ของแผ่นเทพื้นพลาสติก ของซันออฟวูด
ซึ่งเป็นลักษณะของวัสดุที่สามารถ มองเห็น วัดค่า หรือทดสอบได้ โดยไม่ทำให้โครงสร้างของวัสดุเปลี่ยนแปลง
แบบเทพื้นพลาสติก ซันออฟวูด ผลิตจากพลาสติกวิศวกรรมชนิด Polyethylene เป็นแผ่นพื้นทีมมีคุณภาพสูง มีความหนาแน่นต่ำกว่าเหล็กและคอนกรีต ผ่านกระบวนการอัดขึ้นรูปด้วยเครื่องจักรอุตสาหกรรม
👉 คุณสมบัติทางกายภาพ
1. น้ำหนัก (Weight)
เป็นคุณสมบัติสำคัญมาก พลาสติกของเรามีน้ำหนัก เบา เคลื่อนย้ายง่าย ลดแรงงานในไซต์งาน เพิ่มความรวดเร็วในการติดตั้ง
2. ความแข็งแรงในการรับแรง (Strength)
แผ่นพลาสติก สามารถรับน้ำหนักคอนกรีตสด น้ำหนักเหล็กเสริม น้ำหนักคนงานได้ดี มีความแข็งแรงในการดัด และมีความแข็งแรงในการรับแรงกด
3. ความแข็งของผิว (Surface Hardness)
ผิวของแผ่นมีความแข็งพอที่จะไม่เสียรูปจากแรงกด ทำให้พื้นคอนกรีตที่เทออกมา ผิวเรียบ
4. การดูดซึมน้ำ (Water Absorption)
พลาสติกมีคุณสมบัติ ไม่ดูดน้ำ ไม่บวม และไม่ผุ ทำให้ไม่ดูดน้ำจากคอนกรีต ถอดแบบง่าย ใช้งานซ้ำได้หลายครั้ง
5. ความยืดหยุ่น (Flexibility)
แผ่นพลาสติกสามารถ รับแรงกระแทกได้ งอเล็กน้อยโดยไม่แตกหัก ทำให้ ทนต่อการใช้งานในไซต์ก่อสร้าง
6. ความทนต่อสภาพแวดล้อม
ทนแดด ทนฝน ทนสารเคมีจากปูน จึงเหมาะกับงานกลางแจ้ง
2. โครงสร้างแผ่นพื้น
2.1 Steel Reinforcement (เหล็กเสริมโครงสร้าง)
เสริมโครงสร้างด้วยเหล็กขนาด 32×32 มม. หนา 1.8 มม. จำนวน 4 เส้น
หน้าที่หลัก
1. เป็น โครงสร้างรับแรงหลัก (Primary Structural Member)
2. รับแรงดัด (Bending Moment) จากน้ำหนักคอนกรีต
3. ป้องกันการโก่งตัวของแผ่นพื้น
หลักการทำงาน
เหล็กกล่องถูกฝังอยู่ภายในแผ่นพลาสติก ทำหน้าที่เหมือน คาน (Beam) ที่รับน้ำหนักจากพื้นคอนกรีต
ผลลัพธ์
1. เพิ่ม Modulus of Rigidity
2. ทำให้แผ่นพื้นไม่แอ่นตัวเมื่อรับน้ำหนัก
2.2. Edge Beam (คานขอบ)
หน้าที่หลัก เป็นกรอบโครงสร้าง รอบแผ่นเพิ่มความแข็งแรงบริเวณขอบที่เป็นจุดรับแรงสูง
หลักการทำงาน
ทำหน้าที่เหมือน Frame Beam ช่วยป้องกันการบิดตัว (Torsion) และการเสียรูปของแผ่น
ข้อดี
ทำให้แผ่นพื้น คงรูปได้ดีแม้ใช้งานหลายรอบ
2.3. Ribbed Grid Structure (โครงสร้างซี่โครงตาราง)
หน้าที่หลัก
เป็นโครงสร้าง ซี่โครงภายในแบบตาราง (Grid Structure) ช่วยกระจายน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแรงของแผ่นพลาสติก
หลักการทำงาน
ช่วยให้แรงกระจายไปยัง เหล็กเสริมและคานขอบอย่างสม่ำเสมอ
ข้อดีทางวิศวกรรม
1. ลด Local Stress
2. เพิ่ม Load Distribution Efficiency
2.4. Triangular Supports (โครงค้ำสามเหลี่ยม)
หน้าที่หลัก
เพิ่มความแข็งแรงต่อ แรงเฉือน (Shear Force)
หลักการทำงาน
โครงสร้างสามเหลี่ยมเป็นรูปทรงที่แข็งแรงที่สุดทางโครงสร้าง ปช่วยป้องกันการบิด การยุบตัว
ข้อดี
เพิ่ม Structural Stability
2.5. Reinforced Rib Design (ซี่โครงเสริมความแข็งแรง)
หน้าที่หลัก
เป็นซี่โครงเสริมในแต่ละช่อง ช่วยเพิ่ม ความแข็งแรง ความทนต่อแรงกด
ผลลัพธ์
ทำให้โครงสร้างภายในมีความแข็งแรงคล้าย Honeycomb Structure
2.6. Load Transfer Path (เส้นทางการถ่ายเทน้ำหนัก) Concrete Load → Steel Beam
ลำดับการถ่ายแรง
1️⃣ น้ำหนักคอนกรีตสด
↓
2️⃣ แผ่นพลาสติก
↓
3️⃣ โครงซี่โครง (Ribbed Grid)
↓
4️⃣ เหล็กเสริม 32×32 mm
↓
5️⃣ โครงค้ำและเสารับแบบ
ผลลัพธ์
ทำให้แผ่นพื้น สามารถรองรับน้ำหนักได้ 720 kg/m²
2.7. ความหนาของแผ่น 4 ซม. (40 มม.)
มีบทบาทสำคัญต่อ ความแข็งแรงเชิงโครงสร้างของแบบพื้น
ความหนา 4 ซม. ทำให้
1️⃣ เพิ่มความแข็งแรงต่อแรงดัด
2️⃣ ลดการโก่งตัวของแผ่น
3️⃣ เพิ่มความแข็งแรงต่อแรงเฉือน
4️⃣ ทำให้โครงสร้างซี่โครงภายในทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
5️⃣ เพิ่มความทนทานในการใช้งานหน้างาน
จึงทำให้แผ่นพื้นสามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 720 kg/m²
ค่าความโก่งสูงสุดของพลาสติกโดยไม่ใส่เหล็ก 1.6067 mm
3. วิเคราะห์ผลจากการทดสอบตามเกณฑ์วิศวกรรม
3.1. ข้อมูลจากการทดสอบ
ทดสอบจากการรับน้ำหนักที่ 720 kg/m²
มีค่าความเค้นแรงดัด Flexural Stress ที่ 1142 ksc
3.2. การเทียบค่ามาตรฐานวิศวกรรม
โดยทั่วไปเหล็กโครงสร้างที่ใช้ในงานก่อสร้าง เช่น
SS400
ASTM A36
จะมีค่า Yield Strength (Fy) ประมาณที่ 2400 – 2500 ksc
ค่าความเค้นที่อนุญาต (Allowable Stress) ตามหลัก Allowable Stress Design (ASD)
ค่าความเค้นดัดที่อนุญาตโดยทั่วไป ≈
0.60 Fy
ดังนั้น
หากใช้ค่า Fy = 2400 ksc
ค่า Allowable Stress จะประมาณ 1440 ksc
3.3. การวิเคราะห์ผล
เนื่องจาก 1142 ksc < 1440 ksc
จึงสามารถสรุปได้ว่า
ค่าแรงดัดที่เกิดขึ้น ต่ำกว่าค่าที่อนุญาต โครงสร้างเหล็ก ยังอยู่ในช่วงปลอดภัย
เหล็ก ไม่ถึงจุดคราก (Yield Point) จึงทำให้ เหล็ก ไม่งอ ไม่เกิด Plastic Deformation โครงสร้าง ไม่เสียรูป
3.4. ค่า Safety Margin
สามารถคำนวณคร่าว ๆ ได้ดังนี้
𝑆𝑎𝑓𝑒𝑡𝑦 𝑅𝑎𝑡𝑖𝑜 = 1440/1142 ≈ 1.26
นั่นหมายความว่า โครงสร้างยังมี Safety Margin ประมาณ 26%
ข้อสรุปทางวิศวกรรม
จากผลการทดสอบการรับน้ำหนัก 720 กก./ตร.ม. พบว่าค่า Flexural Stress เท่ากับ 1142 ksc
เมื่อเปรียบเทียบกับค่าความเค้นดัดที่อนุญาตของเหล็กโครงสร้างตามหลักวิศวกรรม (ประมาณ 1440 ksc) พบว่าค่าแรงดัดที่เกิดขึ้น ต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่อนุญาต
จึงสามารถสรุปได้ว่า โครงสร้างเหล็กเสริมมี ความแข็งแรงเพียงพออยู่ใน ช่วงความปลอดภัยของโครงสร้าง เหล็ก ไม่เกิดการโก่งตัวหรือเสียรูป
ทำให้แบบเทพื้นสามารถรองรับน้ำหนักของคอนกรีตและการทำงานในไซต์ก่อสร้างได้อย่างเหมาะสม
ติดต่อสอบถามได้ที่
📞 081-392-4632 (เซลล์ก๊อต)
📞 081-874-5515 (เซลล์ใหม่)
📞 093-496-5591 (เซลล์ติ๊ก)
📞 081-392-4692 (เซลล์แกงส้ม)
✅ Line: @sonofwood